A Peaceful Mind

A Peaceful Mind
A Peaceful Mind

Saturday, December 1, 2012

Puja Khao Phra Wat Dhammakaya

 Puja Khao Phra:
The ceremony for 'offering sustenance to the Lord Buddha

บุญบูชาข้าวพระเป็นบุญใหญ่มากไม่จำเป็นไม่ควรขาด
(เฉพาะลูกพระธัมฯหลานหลวงปู่พันธ์ลื้อวัฎฎะเท่านั้น)

การบูชาข้าวพระเป็นบุญใหญ่มาก เพราะการที่จะได้ถวายเครื่องไทยธรรมเป็นพุทธบูชาแด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก แม้เราจะมีกุศลศรัทธาแค่ไหนก็ตาม มีเครื่องไทยธรรมพร้อม แต่ถ้าหากเราไม่เข้าใจหรือเข้าใจแต่ไป ไม่ถึง บุญที่เราได้นั้นก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มากเหมือนอย่างที่เราได้เคยบูชาข้าวพระกันแบบทั่วๆไปโดยการจัดสำรับอาหารอย่างละเล็กละน้อยเป็นถาดเล็กๆ ไปวางไว้ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ด้วยใจที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า มีองค์พระปฏิมากร เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วได้กล่าวคำถวา เป็นภาษาบาลีหรือภาษาไทย การทำอย่างนั้นก็ได้อย่างมาก ก็แค่ขอถึงพระพุทธเจ้าโดยมีพระปฏิมากรเป็นตัวแทน บูชาข้าวพระแบบขอถึงแบบนี้ก็มีอานิสงส์ อานิสงส์มากพอสมควรเพราะว่าใจเราเลื่อมใสในพระรัตนตรัย

แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับการเข้าถึง เข้าถึงตัวจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การเป็นพระพุทธเจ้านั้นเค้าดูตรงที่การเป็นพระธรรมกาย อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อท่านได้เข้าถึงธรรมกาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน หมดกิเลสคือหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะที่เข้าไปครอบงำ หลุดหมด โลภะ โทสะ โมหะ กิเลสต่างๆ บังคับท่านไม่ได้ เพราะว่าท่านละเอียดกว่า หลุดรอดออกไปได้เป็นธรรมกายอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 20 วาขึ้นไปอย่างนั้น หน้าตัก 20 วาสูง 20 วาขึ้นไป ตรงนี้แหละถึงจะเป็นพระพุทธเจ้ากัน พระสมณโคดมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ท่านเข้าถึงตรงนี้ พระพุทธเจ้าในกาลก่อนท่านก็เข้าถึงตรงนี้ พระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวนั่นแหละท่านเข้าถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่ท่านตรัสเอาไว้น่ะ ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ หมายถึง ตถาคตได้เข้าไปเป็นแล้วซึ่งธรรมกาย คือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมกายแล้ว กายผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่หลุดพ้นที่กิเลสบังคับไม่ได้ เพราะกิเลสมันบังคับได้เฉพาะกายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม นี่บังคับได้หมด แต่พอถึงกายธรรมอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 20 วาขึ้นไปนั้นบังคับไม่ได้ หลุดหมดทีเดียว เพราะว่าละเอียดกว่า กายธรรมนั้นละเอียดกว่า หลุดร่อนหมดจากกิเลสอาสวะ กิเลสนั้นดับไปเลย สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษไปด้วยอรหัตมรรค แวบเดียวขาดเป็นอรหันตผลเลย กายธรรมผุดเกิดขึ้นมา

เมื่อท่านเป็นกายธรรมอย่างนี้ความเป็นพระพุทธเจ้าจึงบังเกิดขึ้น ดังนั้นกายธรรมที่ปรากฏอยู่ในอายตนนิพพานก็คือกายธรรมที่ท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว คือกายถอดออกหมด กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ถอดหมดไปเลย เหลือแต่กายธรรมล้วนที่หลุดจากการบังคับบัญชาของเค้า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏเต็มในอายตนนิพพาน การถวายเครื่องไทยธรรมเป็นพุทธบูชาแด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งพระองค์เดียวก็มีอานิสงส์ที่จะทำให้เรามีสมบัติ 3 ไปนับภพนับชาติไม่ถ้วน มากมายก่ายกองทีเดียว คือรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติมาก การสร้างบารมีของเราก็สะดวก แต่นี่เรามีโอกาสถวายเครื่องไทยธรรมซึ่งเป็นของละเอียดนี้แด่กายธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายนับไม่ถ้วนทีเดียว เพราะฉะนั้นกระแสธารแห่งบุญที่เราจะได้รับกันในวันนี้เนี่ยจึงเป็นบุญที่ไม่อาจจะคำนวณได้ คือจะนับจะประมาณมิได้ทีเดียว จึงมักจะใช้คำว่าอสงไขยอัปมานัง คือมันนับกันไม่ได้ ไม่ทราบจะใช้กฎเกณฑ์ในการนับว่าได้บุญปริมาณเท่านั้นเท่านี้อย่างไร เพราะว่ากระแสธารแห่งบุญที่บังเกิดขึ้นเมื่อเราได้ถวายเครื่องไทยธรรมขาดออกจากใจ ไม่ติดใจในเครื่องไทยธรรม มีความเลื่อมใสในพระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วก็กลั่นเครื่องไทยธรรมนี้ให้ละเอียดไปถึงจนกระทั่งเท่ากับความละเอียดของท่าน กระแสธารแห่งบุญทุกพระองค์มาจรดที่ศูนย์กลางกายของเราหมด มันสว่างมากมาย มากกว่าดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันหลายๆ ดวงทีเดียว

เพราะฉะนั้น จึงยากต่อการที่เราจะคำนวณกันได้เท่านั้นเท่านี้ แต่สมบัติทั้ง 3 ที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้เราได้สร้างบารมี ไปทุกภพทุกชาติจนกระทั่งถึงที่สุดนั้น เราจะได้มากมายก่ายกองทีเดียว เนื่องจากว่าพวกเราทั้งหลายเป็นทีมนักสร้างบารมีพิเศษ ที่มีเป้าหมายจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมเพื่อจะไปช่วยให้สรรพสัตว์ทั้งหลายหลุดพ้นจากกิเลส จากอาสวะ จากทุกข์ทั้งปวง เพราะฉะนั้นจะต้องมีบุญพิเศษเป็นบุญใหญ่ที่จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นได้ เพราะฉะนั้นพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานนับพระองค์
ไม่ถ้วน นิพพานในนิพพานนับกันไม่ถ้วนทีเดียวจึงได้ตรวจตรา ว่าบุญอย่างไหนเนี่ย จะทำให้พวกทีมพิเศษที่ตั้งเป้าหมายอันสูงสุดจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น เค้าได้บุญกันเยอะๆ มากๆ ท่านก็ตรวจตราดูประชุมกันทีเดียวจะเอาบุญขนาดไหนที่จะให้ได้ขนาดนี้ถึงจะไปกันได้

ในที่สุดก็สอดละเอียดมาจรดผู้ต้นคิดคือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็สั่งให้คุณยายทองสุก คุณยายจันทร์ ท่านค้นวิชชาขึ้นมา และในที่สุดคุณยายทองสุกท่านก็ค้นอันนี้ขึ้นมาพร้อมกับคุณยายจันทร์เมื่อท่านสอดละเอียดลงมาตรงกลางก็เห็นวิชชาว่าจะต้องบูชาข้าวพระ ทำเครื่องไทยธรรมอย่างนี้ แล้วก็น้อมไปถวายเป็นพุทธบูชาอย่างนี้ นี่แหละจะเป็นบุญใหญ่บุญหนึ่งทีเดียว ที่ใหญ่มากๆ มากพอที่จะส่งผลให้ไปถึงที่สุดแห่งธรรมกันได้ในระหว่างการสร้างบารมี เพราะการไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นเป็นสิ่งที่ยากต่อการไปถึง จะมีสิ่งที่คอยกีดคอยขวางคอยกันกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะต้องมีบุญมากมากพอที่จะเอาชนะอุปสรรคที่กีดขวางกันอันนั้นได้ถึงจะไปถึงตรงนั้นได้

ด้วยเหตุนี้ วิชชาการบูชาข้าวพระที่เข้าถึงตัวจริงของพระพุทธเจ้าจึงได้บังเกิดขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีที่แล้วและได้ประกอบพิธีกรรมกันอยู่เงียบๆ แค่ 2 คนคือคุณยายทองสุกกับคุณยายจันทร์ของเรานี้เรื่อยมาจนกระทั่งมีผู้มีบุญในเส้นทางธรรมสายเดียวกันที่มุ่งไปถึงที่สุดแห่งธรรม ก็มาทีละคน สองคน เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ หลายสิบปีมาแล้ว

เพราะฉะนั้นบุญที่จะบังเกิดขึ้นนี้จึงยากที่จะคำนวณว่าได้ปริมาณเท่านั้นเท่านี้ นอกจากจะใช้คำว่าเป็นอสงไขยอัปมานัง คือได้กันอย่างนับกันไม่ถ้วน ถ้าเป็นความสว่าง ถ้าพูดกันด้วยภาพก็คือกระแสธารแห่งบุญจากพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน นับพระองค์ไม่ถ้วน ท่านก็มาจรดจากกลางกายท่านถึงกายของตัวเรา ดวงสว่างมาจรดกันทีเดียวที่กลางกายเหมือนน้ำหลายๆ สายไหลลงมาในภาชนะเดียวกัน จากห้วย จากหนอง จากคลอง จากบึง ไหลรวมกันมาที่ทะเลมหาสมุทร

ตัวของเราก็จะเป็นประดุจท้องทะเลมหาสมุทรเป็นที่รองรับบุญหรือรองรับน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ ไหลรวมกันมาอยู่ในที่เดียวกัน บุญจากพระนิพพานคือพระธรรมกายของพระพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วนนั้น จากกลางกายของท่านถึงตัวเรา รวมหมดทีเดียวเพื่อให้ตัวของเรามีอานุภาพ อานุภาพที่จะเข้าถึงวิชชาธรรมกาย แทงตลอดในวิชชาธรรมกาย มีรูปสมบัติคือรูปกายที่ได้ลักษณะที่สวยงาม ลักษณะมหาบุรุษแข็งแรง อายุยืน
มีทรัพย์สมบัติมาก เอาไว้ใช้สร้างบารมีอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น มีคุณสมบัติคือความฉลาด ความรอบรู้ต่างๆ สติปัญญา ไหวพริบปฏิภาณความเฉลียวฉลาด เพียบพร้อมที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้

เพราะฉะนั้นหลวงพ่อมักจะย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าเดือนหนึ่งเรามีแค่เพียงครั้งเดียว อย่าขาดไม่ว่าเราจะเจ็บจะป่วยจะไข้อะไรก็แล้วแต่ อย่าขาด สมัยหลวงพ่อเริ่มสร้างบารมีใหม่ๆ นั้น เมื่อได้ทราบอานิสงส์จากที่คุณยายอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังนี้ หลวงพ่อมี ความกระตือรือร้น มีความปลื้มปิติ นึกอยู่ในใจว่าเรานี้มีบุญมาก เป็นบุญลาภของเราที่เรามาได้ยินได้ฟังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่มีใครเล่าให้ฟังมาก่อน เราได้มารู้ ได้มาเข้าถึง ได้มาเห็น ได้มาเข้าใจ ได้มีโอกาสมาสร้างบุญบูชาข้าวพระ ดีใจมาก จะนั่ง จะนอน ยืน เดินที่ไหนก็ตัวเบาๆ ลอยๆ มีความปลื้มในบุญลาภของตัวเอง ว่ามีโชค ได้มาเจอสิ่งนี้ และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ขาดในการบูชาข้าวพระเลย ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ ตั้งแต่อายุ 19 เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ เพราะมองเห็นว่าบุญนี้เป็นบุญใหญ่

เพราะฉะนั้น เราจะสังเกตได้ว่าแม้คุณยายจันทร์ คุณยายอาจารย์ของเรานั้น ท่านไม่เคยขาดเลยในการที่จะบูชาข้าวพระกันทุกเดือน สังเกตดูสิ
แม้คุณยายทองสุกผู้ค้นพบวิชชาคู่กับคุณยายอาจารย์นั้น ก่อนจะละโลกท่านก็ได้สั่งข้อความนี้เอาไว้กับคุณยายจันทร์ว่า อย่าลืมเวลาบูชาข้าวพระให้นำท่านมาบูชาข้าวพระด้วย ให้เอาบุญทิพย์ เอาบุญที่เกิดจากอาหารทิพย์เนี่ย บูชาข้าวพระเป็นอาหารทิพย์เนี่ยไปให้ท่าน เพราะว่าเป็นกายละเอียด มันทำไม่แรงเท่ากับที่ยังมีกายมนุษย์อยู่ ยังมีกายหยาบอยู่ ท่านจึงต้องสั่งความเอาไว้อย่างนั้นด้วย ก็แสดงว่าใจท่านนั้นผูกพันกับการบูชาข้าวพระอันนี้มาก

ดังนั้น ลูกๆ ทุกคนที่มาในวันนี้ทั้งภายในและต่างประเทศ ให้ได้รับทราบเอาไว้ว่าลูกทุกคนมีบุญมาก มีบุญลาภ มีโชคที่ได้ยินได้ฟัง ได้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปอย่าได้ขาดกันเลยเพราะเรามีเวลาน้อยในโลกที่เราจะสั่งสมบุญเป็นเสบียงเครื่องสนับสนุนติดตัวไปในภพเบื้องหน้าจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นอย่าขาดถ้าไม่จำเป็นแต่ถ้าหากว่ามันติดภารกิจจริงๆ แล้วล๊ะก็ อย่างน้อยก็ต้องฝากหมู่ญาติ ฝากกัลยาณมิตรที่เค้าจะต้องมาบูชาข้าวพระเป็นสิ่งที่แทนตัวเรามา ในสมัยโน้นมีการบูชาข้าวพระกัน บางท่านก็ติดธุระอย่างเพื่อนหลวงพ่อเนี่ยะติดสอบ เค้าอยากได้บุญแต่เค้ามาไม่ได้ อยู่กันคนละคณะ เค้าก็ยังฝากปัจจัยมาร่วมบุญบูชาข้าวพระกัน ต่อมาเค้าก็มาถามคุณยายว่าแล้วผมจะได้บุญแค่ไหน ตัวผมไม่ได้มา แต่ฝากปัจจัยเครื่องไทยธรรมมา คุณยายท่านก็เข้าที่ค้นวิชชาไปดู ท่านบอกมันก็ไม่ได้เท่ากับที่ตัวเรามาอย่างน้อยก็ได้ครึ่งหนึ่ง แต่ดีที่สุดคือตัวเราควรจะมาด้วยนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างบารมีบูชาข้าวพระกันมาเลยทีเดียว
คำสอนพ่อ

(Phra Sombat Summapalo)

No comments:

Post a Comment