A Peaceful Mind

A Peaceful Mind
A Peaceful Mind

Friday, August 24, 2012

Steve Jobs Part 2 : What made him so innovative ?

A Case Study about the Law of Kamma 


Comments on the information about “Steve Jobs, where is he now?” in different websites

       After the DMC Channel presented information about “Steve Jobs, where is he now?” we find that other websites have made conclusions about this presentation in their own websites based on their personal opinions

        Our presentation has never been meant to intentionally insult or defame anyone.  It is rather for the specific purpose of learning about the Law of Karma.  We would like to ask that each reader exercises his best judgment regarding this matter.   
  
        “Where is Steve Jobs now?” presents knowledge about the Law of Karma and the round of rebirth undergone by every living being in such a way as to make it easy to understand.  Here, we learn about the reality of life so that we can gain an understanding about why we are born, where we will go after we die, what is our life’s objective, how must we conduct our life, etc.  The information allows one to become fearful of unwholesome deeds and their destructive consequences, to be more mindful about performing wholesome deeds, and to see the importance of meditation practice in one’s daily life.

         The information presented here is but one view and one has the right to believe or disbelieve it.

The www.dmc.tv Team



The Hereafter News:  Steve Jobs, Part 2
What made Steve Jobs so innovative?

Taken from the Inner Dreams Kindergarten Program

Inner Dreams
I close my eyes and dream away, I wake up and yawn once
before telling you this story.


 
        The second question:  What caused Steve Jobs to be so clever and uniquely creative that he could create novel and innovative products that have had a global impact?  What made each of his products a success and sought after by the people all over the world?



  Answer:  The factors that caused Mr. Steve Jobs to be so clever and uniquely creative that he could create novel and innovative products which have had a global impact originated in the Wisdom Perfection and Generosity Perfection accumulated by Mr. Steve Jobs throughout many previous lifetimes.  It is like a bird when building a nest needs to start with the first twig.  It then adds more and more twigs to it until the nest is completed.  This takes time and effort.  Likewise, to meet with the success of this lifetime, Mr. Steve Jobs had had to accumulate Wisdom Perfection and Generosity Perfection little by little throughout many existences.

          It will not be possible to give details about the way he accumulated Wisdom  Perfection and Generosity Perfection in every lifetime because all of us have been reborn in the Human Realm countless times and it will take earth ages to go over every lifetime.  Therefore, I will cite just a few lifetimes in order to give the students a better idea about the working mechanism of the Law of Kamma as well as the way Mr. Steve Jobs had accumulated the favorable characteristics that made him highly creative.

             One example is the lifetime that was the beginning of what caused him to be clever and uniquely creative.  In that existence, he was reborn in the family of farmers and living in the period where the country was encountering a drought.  Food was expensive and the people were plagued by many illnesses.  As a result, a large number of people starved to death and died of illnesses. 
 
 
 
    Mr. Steve Jobs in that existence suffered from terrible hunger and he also had to provide for his aging parents who could no longer work.  He felt so pressured that eventually he decided to solve his problem by running away from home to a place that was not affected by the drought.  As a result, his parents suffered such hardships that they eventually died. 
 
 


 
Read more please go to
 

Steve Jobs Part 1 : Where is he now?

A Case Study about the Law of Kamma

       Comments on the information about “Steve Jobs, where is he now?” in different websites


       After the DMC Channel presented information about “Steve Jobs, where is he now?” we find that other websites have made conclusions about this presentation in their own websites based on their personal opinions


        Our presentation has never been meant to intentionally insult or defame anyone.  It is rather for the specific purpose of learning about the Law of Kamma.  We would like to ask that each reader exercises his best judgment regarding this matter.   
  
        “Where is Steve Jobs now?” presents knowledge about the Law of Kamma and the round of rebirth undergone by every living being in such a way as to make it easy to understand.  Here, we learn about the reality of life so that we can gain an understanding about why we are born, where we will go after we die, what is our life’s objective, how must we conduct our life, etc.  The information allows one to become fearful of unwholesome deeds and their destructive consequences, to be more mindful about performing wholesome deeds, and to see the importance of meditation practice in one’s daily life.

         The information presented here is but one view and one has the right to believe or disbelieve it.

The www.dmc.tv Team



Steve Jobs
Where is he now?  Part 1

Taken from the Inner Dreams Kindergarten Program

Inner Dreams
I close my eyes and dream away, I wake up and yawn once
before telling you this story.


Where is Steve Jobs now?


 The deceased:  Mr. Steve Jobs
Born:  February 24, 2498 B.E.
Deceased:  October 5, 2554 B.E. (56 years old)
Cause of Death:  Pancreatic cancer




Sender of this case: Mr. Tony Tseung
Senior Engineer, Apple Company

 Please read more the story


Saturday, August 18, 2012

Steve Jobs' Case Study II

Steve Jobs' Case Study
สรุปเคส Steve Jobs ครั้งที่ 2
ศ.17 สิงหาคม พ.ศ. 2555


สตีฟ ได้ไปบังเกิดเป็น ภุมมเทวา ระดับกลาง สายวิทยาธรกึ่งยักษ์ เหมือนชนชั้นกลาง ที่มีที่อยู่อาศัยซ้อนอยู่บนโลกมนุษย์ ใกล้ ๆ กับที่ทำงานเดิมของตัวเขาในทันที ที่อยู่ที่อาศัยหรือถ้าเป็นมนุษย์ก็เรียกว่าบ้าน เป็นมิติที่ซ้อนอยู่บนโลกมนุษย์ ภุมมเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์จะมีลักษณะ ก็คือภุมมเทวาที่มีอัธยาศัยสองอย่างมาผสมผสานได้แก่ อัธยาศัยวิทยาธรที่รักในการเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ และอัธยาศัยของยักษ์ที่มักโกรธ ขี้โมโ
ห หงุดหงิดง่าย ดังนั้นเมื่ออัธยาศัยทั้งสองอย่าง คือที่มักโกรธและเรียนรู้มาผสมกัน จึงทำให้มาเป็นวิทยาธรกึ่งยักษ์

โดยเฉพาะท่านเทพบุตรสตีฟ จะมีลักษณะกายเหมือนเทพบุตรภุมมเทวาระดับกลาง หรือชนชั้นกลางของภุมมเทวา เพียงแต่ผิวของเขาจะเป็นสีดำอมแดง มีเลือดฝาด และหยาบกว่าผิวของเทพบุตรภุมมเทวากระดับกลาง ซึ่งโดยทั่วไป ผิวของเทพบุตรภุมมเทวาจะมีผิวขาวผ่องใสและละเอียดกว่าผิวของมนุษย์ อุปมา ผิวของภุมระดับกลาง จะมีละเอียด นุ่มนวล คล้ายสำลีนุ่มๆ ส่วน ผิวของจ๊อป จะมีความละเอียดคล้ายฟองน้ำ แต่ไม่หยาบกร้านเหมือนสก๊อตไบรท์


อีกทั้งเวลาโกรธ เทพบุตรภุมมเทววา วิทยาธรกึ่งยักษ์จะมีเขี้ยวงอกออกมาอีกด้วย แต่เป็นเฉพาะเวลาโกรธ ถ้าไม่โกรธ ซึ่งเขี้ยวที่งอกจะมีรายละเอียดต่าง ๆ อีกมากมาย และไม่เหมือนกับเขี้ยวลากหรือแตกต่างจากเขี้ยวของแวมไพร์ หรือแด๊กคูล่าร์ ในภาพยนตร์ที่เคยได้ชม


ส่วนวิมานหรือที่อยู่อาศัยของเทพบุตรใหม่ จะเป็นวิมานเรียบ ๆ ง่าย ๆ ขนาดปานกลาง ที่สูงประมาณตึกหกชั้น ตัววิมานประกอบด้วยโลหะสีเงิน สีขาวและแก้วผลึกขนาดใหญ่ที่มีขอบเขตกว้างขวางและ อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานเดิมตอนที่เป็นมนุษย์ ซึ่งโดยรอบวิมานจะมีวิมานหรือที่อยู่ของภุมมเทวาที่มีลักษณะความชอบคล้าย ๆ กัน เทพบุตรใหม่จะมีบริวารเป็นอันเป็นทิพย์รับใช้อยู่ประมาณ ยี่สิบตน เกิดจากผลแห่งบุญที่สงเคราะห์โลกในสมัยที่ตอนเขาเคยเป็นมนุษย์ ที่เคยบริจาคและเป็นวิทยากรต่าง ๆ ให้กับสังคม


หลังจากจ๊อป เสียชีวิต วินาทีแรกที่เขาลืมตาและแปรเปลี่ยนเป็นเทพบุตรภุมมเทวา จะมีความรู้สึกอย่างไร และสิบเดือนที่ผ่านมา ชีวิตสนุก พบปะกับกับเพื่อนบ้านภุมมเทวา


ตัวเขามีความรู้สึกเหมือนหลับและตื่นขึ้นบนเตียง ซึ่งตั้งอยู่กลางวิมาน ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจและประหลาดใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ อยู่โดยรอบ รู้สึกช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน อาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งได้หายไป มีความเป็นหนุ่มขึ้นและหล่อขึ้น เหมือนชายหนุ่มอายุประมาณอายุ 35-40 ปี

เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง หัวหน้าของเหล่าบริวารก็ได้มากล่าวต้อนรับและแนะนำสังคมใหม่ให้แก่เขาได้ รู้จัก ได้พาไปดูทิพยสมบัติในตัววิมาน ซึ่งท่านรู้สึกตื่นเต้นและอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่าง เตียงที่ใช้นอน ก็เป็นเตียงที่เรียบหรู ไฮคลาส และลอยได้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อต้องการฟังเพลงที่เขาชอบ เพลงดังกล่าวก็จะดังขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ใด ๆ อย่างบนโลกมนุษย์นี้เลย หรือยามที่ต้องการรับประทานอาหาร บริวารก็จะนำอาหารที่เขาชอบ โดยไม่ต้องเอ่ยปากบอกใครเลย เรียกได้ว่าทุกอย่างในวิมานช่างเพอร์เฟคและไฮเทค ตอบสนองความต้องการของเขาในสมัยตอนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างสุด ๆ

และหลังจากหัวหน้าของเหล่าบริวารไปชมทิพยสมบัติบางส่วนในวิมาน ก็ได้พาไปชมสมบัติภายนอกตัววิมาน ที่เป็นสวนสระเป็นต้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายเมืองมนุษย์ และเมื่อเขาได้เห็นทิพยสมบัติเหล่านั้นก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจและอัศจรรย์ใจ อย่างสุด ๆ เพราะไฮเทค เรียบง่าย โดนใจตัวเขาอย่างมาก อัธยาศัยเป็นอย่างนี้ กำลังบุญก็ประกอบกันอย่างนี้


และเมื่อวันเวลาผ่านไป จนถึงวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำในเมืองมนุษย์ ก็มีเพื่อนบ้านภุมมเทวามาหาเขาที่วิมาน เพื่อชวนเขาไปประชุมร่วมกับเพื่อน ๆ ภุมมเทวา และไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้าน แม้ตอนเป็นมนุษย์จะเก็บตัวหรือสันโดษแต่ไปอยู่สังคมใหม่ก็ต้องทำอย่างนี้


ซึ่งภุมมเทวาซึ่งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้จะประชุมทุกวันพระใหญ่ เมื่อจ๊อปส์ทราบก็รู้สึกสนใจและอยากจะรู้ว่า จะเป็นอย่างไรในที่ประชุมแห่งนั้น และเมื่อท่านไปถึงที่ประชุมแห่งนั้นแล้ว เพื่อนบ้านภุมมเทวาที่มีวิมานติดกับเขา ก็แนะนำให้เขารู้จักกับหัวหน้าและทุกท่านได้รู้จัก จากนั้นหัวหน้า ก็ได้พูดถึงเรื่องกฎระเบียบ สิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหลังจากการประชุมได้เสร็จ ก็รีบกลับมายังวิมานเพราะยังตื่นเต้น ภายหลังรู้จักกับเพื่อนบ้านแล้ว ก็มีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมเยียนเขาอยู่ ซึ่งต่างก็ชื่นชมผลงานที่เขาสร้างไว้เมื่อตอนเป็นมนุษย์ ซึ่งเรื่องราวการพูดถึงผลงานของกันและกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดาของภุมมเทวาที่อยู่ในหมู่บ้านภุมมเทวาแห่งนี้คือมีรสนิยม และกำลังบุญพอกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะภุมมเทวาแต่ละท่านก็ล้วนแล้วแต่มีผลงานเด่น ๆ ดัง ๆ ที่ตนเคยได้สร้างเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น


ดังนั้นภุมมเทวาแต่ละท่านจึงมักจะชอบเอาผลงานของตน มาเม้าท์ให้กับเพื่อน ๆ ฟังอย่างสนุกสนาน และต่างก็ชอบติดตามของพวกเขาที่ยังมีชีวิตอยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งจะพยายามดลจิตดลใจให้คนที่สืบทอดงานของเขาให้มุ่งมั่นพัฒนางานและทำ ในสิ่งที่พวกเขาได้ตั้งใจไว้ ไม่ถึงกับเข้าสิง ซึ่งถ้าหากคนเหล่านั้นสามารถทำสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้จนประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและจะนำไปเมาท์กับเพื่อนอย่างทั่วหน้า


ซึ่งในช่วงสิบเดือน จ๊อบส์ยังไม่มีอารมณ์โกรธ เพราะชอบ และตอบสนองในสิ่งที่เขาชอบทั้งหมด เรียกได้ว่าสุขใจ ยังไม่มีโอกาสโชว์เขี้ยวของเขาเลย ระหว่างที่ท่านเทพบุตรยังเพลิดเพลิน ก็ได้มีกระแสธารแห่งบุญจากที่แห่งหนึ่งไปเชื่อมที่ศก.ของเขา ก็เป็นผลทำให้ใจของเขาบังเกิดความสว่างไสวขึ้นมาทันที และภาพของคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างองค์พระ ไปปรากฏในใจของเขา ตัวเขายังไม่รู้ว่าคืออะไร อีกทั้งอนุโมทนาบุญไม่เป็น แต่รู้ว่าดี ชอบใจ เป็นสุขใจ จึงรู้สึกขอบคุณคนเหล่านั้นด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ถ้าเขาอนุโมทนาบุญจะเกิดสิ่งเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกเยอะแยะ


พระสุภัสร์ พิมพ์ 21.30 น.

(Non Nontirat)

Luang Phor Dhammajayo's Teaching: Your Life is Yours to Create

Your Life is yours to create

เราไม่ได้ไปสู้กับเขา สู้กับตัวเอง
ว่า เกิดมายาก เวลาอยู่ในโลกก็สั้น

จะต้องสั่งสมคุณงามความดีให้มันเยอะ ๆ


จะได้จากโลกนี้ไป อย่างไม่มีเวร ไม่มีภัยและสง่างาม

เมื่อเราจะต้องตายก็ต้องตายอย่างนี้ ยิ้มสุดท้ายสดใส


อนุบาลฝันในฝันฯ
(Coke Krub)

Luang Phor Dhammajayo's Teaching: Helf Yourself

Help Yourself

เราจะละจากโลกนี้ไปไม่มีใครมาช่วยเราได้ เราต้องช่วยตัวเอง และ

ช่วยตัวเองต้องช่วยตั้งแต่ตอนยังแข็งแรงอยู่

พอถึงตอนป่วยหมดเรี่ยว หมดแรงแล้วจะมาฟิตเอาตอนนั้น จะไม่ทันการ


ต้องเหมือนนักกีฬาซ้อมร้อยวันแพ้ชนะกันวันเดียว 
นักวิ่งก็ซ้อมวิ่งกันทั้งปี แข่งกันแค่ไม่กี่วินาที

เราก็ต้องอย่างนั้น ต้องซ้อมกันให้ดี รักตัวเองให้มากๆ

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

Luang Phor Datta's Teaching: We cannot Escape Death

“Death comes to us all sooner or later. We cannot escape it.”

ทุกชีวิตในโลกต่างถูกพิพากษาว่า "ต้องตาย" อย่างแน่นอน
ถ้านักโทษประหารที่เดินเข้าไป...สู่เส้นหลักประหาร ด้วยอาการคะนอง
เราจะตำหนิเขาว่า คนบ้า

แต่เราทุกคนทั้งที่รู้ว่าต้องตายแน่ ก็ยังคะนอง ยังทำความชั่วอยู่
ก็ควรถามตัวเองว่า จะบ้าไปถึงไหน มัวแต่แก่งแย่งชิงดีกัน เหมือนเป็ดไก่ในสุ่มจิกตีกัน

งดเว้นบาปเสียเถิด

(หลวงพ่อทัตตะชีโว)

Steve Jobs' Case Study I

Steve Jobs' Case Study
สรุปเคส สตีฟ จ๊อบส์ ตอนที่ 1
วันที่ 16 สิงหาคม 55


โทนี่ ซวง วิศวกรระดับอาวุโสของแอ๊ปเปิ้ล ได้เขียนจม.มาหาหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อได้ถามความเห็นนักเรียนว่า เราควรศึกษาเคสของ สตีฟ จ๊อบส์ หรือเปล่า


แต่ความในใจครูไม่ใหญ่อยากให้นักเรียนรู้ว่า case study นี่เป็นเรื่องของการศึกษากฎแห่งกรรมนะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกคนในโลก ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ที่ต้องพิจารณาอยู่หลายเดือน เพราะเขามีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าเขาไม่เข้าใจจะมีปัญหาหรือไม่ เราจะเอาอย่างไร คือคุณจ๊อบไม่ได้มาถามเอง


กราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ผมโทนี่ เป็นวิศวกรระดับสูงของแอ๊ปเปิ้ล ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โลกได้อาลัยจากการจากไปของซีอีโอ ผู้มีชื่อเสียงในด้านการสร้างผลงานระดับโลก คือ คอมพิวเตอร์แมค ไอโฟน ไอแพ๊ด ไอพอด เมื่อถึงคราวเปิดตัวสินค้าใหม่ ผู้คนก็ปักหลักรอคิวซื้อ เพราะบุคคลคนหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น นั่นคือ "สตีฟ จ๊อบส์"


สตีฟ เกิดในสหรัฐ ในครอบครัวพ่อแม่บุญธรรม พอโตขึ้นเขาคิดว่า ไม่มีวิชาในมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจสำหรับเขา ด้วยความที่คิดเป็นคนนอกกรอบ จึงออกจากมหาลัยมาตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์แอ๊ปเปิ้ล ตลอดชีวิตของเขาพิสูจน์ฝีมือให้ประจักษ์ ที่ไม่ใช่สร้างนวัตกรรม แต่เขายังเป็นนักคิด นักศิลปะ นักพูดที่โดดเด่น คือทั้งศาสตร์และศิลป์


แต่ปี ๒๕๔๗ มารู้ตัวว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน แต่เขาก็สู้ โดยไม่ปล่อยบริษัทให้ดำเนินไปแต่ลำพัง จนสิบเดือนที่แล้ว เขาก็จากโลกไปพร้อมด้วยตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับที่ 110 ด้วยการทิ้งเงิน $ 8,300 เอาไว้เบื้องหลัง


ท่านเจ้าอาวาสที่เคารพครับ สาเหตุที่ผมเขียนจม เพราะเขาเป็นชาวพุทธครับ ในสมัยเป็นหนุ่มเคยเดินทางไปอินเดีย และหันมานับถือพุทธจนตลอดชีวิต ยังเคยคิดบวชเป็นพระภิกษุ แต่ติดโครงการสร้างคอมฯ จึงพลาดโอกาส


คำถามข้อที่ 1 สตีฟ จ๊อบส์ ตายแล้วไปไหน เป็นอย่างไรบ้าง

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ชีวิตหลังความตายนั้นมีอยู่จริงนะ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ใด หรือจะเป็นเด็กวัยใด ณ มุมใดของโลก เมื่อละโลกไปแล้วก็ต้องไปเกิดในภพภูมิที่ดีหรือไม่ดี พูดง่าย ๆ ว่าตายแล้วไม่สูญ

สำหรับชีวิตหลังความตาย ใครจะได้ไปภพสุคติหรือทุคติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่ขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งสิ้น คือ ก่อนที่จะเสียชีวิต บุคคลนั้นมีใจที่ผ่องใส หรือเศร้าหมองขึ้นอยู่กับกำลังบุญหรือบาป ที่บุคคลนั้นได้ทำเอาไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ตามกฎแห่งกรรมซึ่งไม่ขึ้นกับความ เชื่อของศาสนาเผ่าพันธ์ใด เหมือนเอามือเปล่าจับไฟ หรือน้ำแข็ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ย่อมร้อนหรือเย็นเป็นธรรมดา บุคคลใดมีใจผ่องใสย่อมไปดี ถ้าเศร้าหมองย่อมไปทุคติ

สุคติแบ่งเป็นชั้น ๆ ตามความผ่องใสมากหรือน้อย เมื่อผ่องใสน้อย คือทำทั้งบุญและบาปสมัยที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ เมื่อละโลกย่อมไปอยู่ในภพที่สุขสบายระดับเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่ภุมมเทวา ที่มีที่อยู่อาศัยในภพภูมิมนุษย์ ไล่เรื่อยไปถึงจาตุมหาราชิกา ตรงป่าหิมพานต์ หรือรุกขเทวา เทวดาที่มีที่อยู่ในหรือบนต้นไม้ หรืออากาศเทวา ไปจนนาค ยักษ์ ฯลฯ

แต่ถ้าใจของบุคคลใดมีความผ่องใสมาก คือ เป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจดี ชอบทำความดี เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ และสั่งสมบุญต่าง ๆ เช่น ทาน ศีล ภาวนา เมื่อละจากโลก ก็จะไปอยู่ในภพที่สว่างไสว มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปตั้งแต่ดาวดึงส์เป็นต้นไป


ส่วนคนที่มีใจเศร้าหมอง เพราะบาปได้มาห่อหุ้มใจ เช่น ดื่ม ลักทรัพย์ เจ้าชู้ เมื่อละจากโลก ก็จะไปสู่ทุคติ มีแต่ความมืดมิด เร่าร้อน หดหู่ น่าสะพรึงตัว เช่น ภพ เปรต อสุรกาย เป็นต้น

เมื่อทราบพื้นฐานความเป็นจริงของชีวิตแล้ว แล้วก็มาฟังฝันในฝันเรื่องราวของสตีฟ จ๊อปกัน

คำตอบ: สตีฟ จ๊อบส์ ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้น ภายในใจของเขา ก็ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงในเรื่องราวต่างๆ มากมายไม่ว่าจะครอบครัว ซึ่งอยากจะอยู่กับครอบครัวไม่พร้อมจะจากไป ห่วงบริษัทที่เขาภาคภูมิใจมาก ๆ ซึ่งยังมีโปรเจคต่าง ๆ อีกมากมายที่ยังไม่ได้ทำ และกังวลว่าบริษัทจะมีอนาคตต่อไปเป็นอย่างไร เป็นต้น สิ่งที่เขาคิดคำนึงกลายเป็นภาพในใจที่ทำให้เขาสบายใจก็มี ไม่สบายใจก็มี กังวลใจก็มี ภาพเหล่านั้นคือ ภาพที่ทำให้ใจใส และใจหมองนั่นเอง


แต่ที่กังวลลึก ๆ อยู่คือ เมื่อตัวเขาตายไป ชีวิตหลังความตายจะเป็นอย่างไร เหมือนอ.ญี่ปุ่นสอนไว้หรือเปล่า

ทั้งไม่แน่ใจ วิตกกังวล ผูกพันงาน เป็นความคิดวนเวียนตลอดเวลา ดังนั้นทำให้ขณะกำลังจากโลกนี้ไป ภาพความวิตก และทรงจำที่มีทั้งสุขทุกข์ปลื้มไม่ปลื้ม ปรากฏฉายอยู่ในใจของเขา ภาพเหล่านั้นทำให้ใจของเขาทั้งเศร้าหมอง ผ่องใสและทำให้ไม่เศร้าหมองและไม่ผ่องใส สลับปะปนกันไป สามประเภท ซึ่งภาพที่ทำให้เศร้าหมอง ขึ้โมโห หงุดหงิดง่าย โวยวายกับลูกน้องอยู่เป็นประจำเพราะผลงานไม่ได้ดังใจ ผิดสเป็คตลอด

ภาพที่ทำให้ใจเขาผ่องใส คือ ภาพที่เขาได้บริจาคสิ่งของกับองค์กรการกุศล และให้วิทยาทานกับนิสิต นักศึกษาตามโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่วนภาพไม่เศร้าหมองและไม่ผ่องใส ภาพที่ทำงานหรืออยู่กับครอบครัวเป็นต้น

และด้วยความที่ใจเขามีทั้งเศร้าหมอง ผ่องใส และไม่เศร้าไม่ใส ปนเปกันไป กอปรกับเขาผูกพันกับหลายสิ่ง ไม่ว่าจะคนงาน โปรเจคต่าง ๆ ได้มาส่งผลรวมกับอัธยาศัยพื้นฐานของตัวเขา ซึ่งเป็นที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และสุนทรีภาพทางศิลปะ คือชอบสิ่งที่สวยงาม เฉียบเนี๊ยบ ส่งผลทำให้หลังจากละโลกไปแล้ว สตีฟ จ๊อบส์ได้ไปบังเกิดเป็น ...

พระสุภัสร์พิมพ์

21.30 น.