A Peaceful Mind

A Peaceful Mind
A Peaceful Mind

Wednesday, December 12, 2012

To Improve Your Life : Khun Yai's Teaching




To Improve Your Life For The Better

เราต้องคิดให้ดีว่า "ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย"
ชาติสุดท้าย ที่เราจะมีโอกาสแก้ไขตัวเรา
ชาติสุดท้ายแล้ว จะต้องแก้ไขตัวเอง ให้ดีที่ส

ต้องสร้างบญให้มากๆ ให้บุญเป็นภูเขา
ถ้าจะสร้างบุญให้ได้มากๆ ก็ต้องนั่งธรรมะมากๆ
อธิษฐานมากๆ ล้อมคอกให้ดีด้วย


(คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง)

Saturday, December 1, 2012

The origin of suffering is attachment

The origin of suffering is attachment
การแบกที่หนักที่สุด คือ
การแบก “จิต” ที่ไม่รู้จัก

“ปล่อยวาง”

(ธรรมะ กับชีวิต)

Puja Khao Phra Wat Dhammakaya

 Puja Khao Phra:
The ceremony for 'offering sustenance to the Lord Buddha

บุญบูชาข้าวพระเป็นบุญใหญ่มากไม่จำเป็นไม่ควรขาด
(เฉพาะลูกพระธัมฯหลานหลวงปู่พันธ์ลื้อวัฎฎะเท่านั้น)

การบูชาข้าวพระเป็นบุญใหญ่มาก เพราะการที่จะได้ถวายเครื่องไทยธรรมเป็นพุทธบูชาแด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก แม้เราจะมีกุศลศรัทธาแค่ไหนก็ตาม มีเครื่องไทยธรรมพร้อม แต่ถ้าหากเราไม่เข้าใจหรือเข้าใจแต่ไป ไม่ถึง บุญที่เราได้นั้นก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มากเหมือนอย่างที่เราได้เคยบูชาข้าวพระกันแบบทั่วๆไปโดยการจัดสำรับอาหารอย่างละเล็กละน้อยเป็นถาดเล็กๆ ไปวางไว้ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ด้วยใจที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า มีองค์พระปฏิมากร เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วได้กล่าวคำถวา เป็นภาษาบาลีหรือภาษาไทย การทำอย่างนั้นก็ได้อย่างมาก ก็แค่ขอถึงพระพุทธเจ้าโดยมีพระปฏิมากรเป็นตัวแทน บูชาข้าวพระแบบขอถึงแบบนี้ก็มีอานิสงส์ อานิสงส์มากพอสมควรเพราะว่าใจเราเลื่อมใสในพระรัตนตรัย

แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับการเข้าถึง เข้าถึงตัวจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การเป็นพระพุทธเจ้านั้นเค้าดูตรงที่การเป็นพระธรรมกาย อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อท่านได้เข้าถึงธรรมกาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน หมดกิเลสคือหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะที่เข้าไปครอบงำ หลุดหมด โลภะ โทสะ โมหะ กิเลสต่างๆ บังคับท่านไม่ได้ เพราะว่าท่านละเอียดกว่า หลุดรอดออกไปได้เป็นธรรมกายอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 20 วาขึ้นไปอย่างนั้น หน้าตัก 20 วาสูง 20 วาขึ้นไป ตรงนี้แหละถึงจะเป็นพระพุทธเจ้ากัน พระสมณโคดมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ท่านเข้าถึงตรงนี้ พระพุทธเจ้าในกาลก่อนท่านก็เข้าถึงตรงนี้ พระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวนั่นแหละท่านเข้าถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่ท่านตรัสเอาไว้น่ะ ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ หมายถึง ตถาคตได้เข้าไปเป็นแล้วซึ่งธรรมกาย คือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมกายแล้ว กายผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่หลุดพ้นที่กิเลสบังคับไม่ได้ เพราะกิเลสมันบังคับได้เฉพาะกายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม นี่บังคับได้หมด แต่พอถึงกายธรรมอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 20 วาขึ้นไปนั้นบังคับไม่ได้ หลุดหมดทีเดียว เพราะว่าละเอียดกว่า กายธรรมนั้นละเอียดกว่า หลุดร่อนหมดจากกิเลสอาสวะ กิเลสนั้นดับไปเลย สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษไปด้วยอรหัตมรรค แวบเดียวขาดเป็นอรหันตผลเลย กายธรรมผุดเกิดขึ้นมา

เมื่อท่านเป็นกายธรรมอย่างนี้ความเป็นพระพุทธเจ้าจึงบังเกิดขึ้น ดังนั้นกายธรรมที่ปรากฏอยู่ในอายตนนิพพานก็คือกายธรรมที่ท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว คือกายถอดออกหมด กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ถอดหมดไปเลย เหลือแต่กายธรรมล้วนที่หลุดจากการบังคับบัญชาของเค้า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏเต็มในอายตนนิพพาน การถวายเครื่องไทยธรรมเป็นพุทธบูชาแด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งพระองค์เดียวก็มีอานิสงส์ที่จะทำให้เรามีสมบัติ 3 ไปนับภพนับชาติไม่ถ้วน มากมายก่ายกองทีเดียว คือรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติมาก การสร้างบารมีของเราก็สะดวก แต่นี่เรามีโอกาสถวายเครื่องไทยธรรมซึ่งเป็นของละเอียดนี้แด่กายธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายนับไม่ถ้วนทีเดียว เพราะฉะนั้นกระแสธารแห่งบุญที่เราจะได้รับกันในวันนี้เนี่ยจึงเป็นบุญที่ไม่อาจจะคำนวณได้ คือจะนับจะประมาณมิได้ทีเดียว จึงมักจะใช้คำว่าอสงไขยอัปมานัง คือมันนับกันไม่ได้ ไม่ทราบจะใช้กฎเกณฑ์ในการนับว่าได้บุญปริมาณเท่านั้นเท่านี้อย่างไร เพราะว่ากระแสธารแห่งบุญที่บังเกิดขึ้นเมื่อเราได้ถวายเครื่องไทยธรรมขาดออกจากใจ ไม่ติดใจในเครื่องไทยธรรม มีความเลื่อมใสในพระธรรมกายของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วก็กลั่นเครื่องไทยธรรมนี้ให้ละเอียดไปถึงจนกระทั่งเท่ากับความละเอียดของท่าน กระแสธารแห่งบุญทุกพระองค์มาจรดที่ศูนย์กลางกายของเราหมด มันสว่างมากมาย มากกว่าดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันหลายๆ ดวงทีเดียว

เพราะฉะนั้น จึงยากต่อการที่เราจะคำนวณกันได้เท่านั้นเท่านี้ แต่สมบัติทั้ง 3 ที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้เราได้สร้างบารมี ไปทุกภพทุกชาติจนกระทั่งถึงที่สุดนั้น เราจะได้มากมายก่ายกองทีเดียว เนื่องจากว่าพวกเราทั้งหลายเป็นทีมนักสร้างบารมีพิเศษ ที่มีเป้าหมายจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมเพื่อจะไปช่วยให้สรรพสัตว์ทั้งหลายหลุดพ้นจากกิเลส จากอาสวะ จากทุกข์ทั้งปวง เพราะฉะนั้นจะต้องมีบุญพิเศษเป็นบุญใหญ่ที่จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นได้ เพราะฉะนั้นพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานนับพระองค์
ไม่ถ้วน นิพพานในนิพพานนับกันไม่ถ้วนทีเดียวจึงได้ตรวจตรา ว่าบุญอย่างไหนเนี่ย จะทำให้พวกทีมพิเศษที่ตั้งเป้าหมายอันสูงสุดจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น เค้าได้บุญกันเยอะๆ มากๆ ท่านก็ตรวจตราดูประชุมกันทีเดียวจะเอาบุญขนาดไหนที่จะให้ได้ขนาดนี้ถึงจะไปกันได้

ในที่สุดก็สอดละเอียดมาจรดผู้ต้นคิดคือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็สั่งให้คุณยายทองสุก คุณยายจันทร์ ท่านค้นวิชชาขึ้นมา และในที่สุดคุณยายทองสุกท่านก็ค้นอันนี้ขึ้นมาพร้อมกับคุณยายจันทร์เมื่อท่านสอดละเอียดลงมาตรงกลางก็เห็นวิชชาว่าจะต้องบูชาข้าวพระ ทำเครื่องไทยธรรมอย่างนี้ แล้วก็น้อมไปถวายเป็นพุทธบูชาอย่างนี้ นี่แหละจะเป็นบุญใหญ่บุญหนึ่งทีเดียว ที่ใหญ่มากๆ มากพอที่จะส่งผลให้ไปถึงที่สุดแห่งธรรมกันได้ในระหว่างการสร้างบารมี เพราะการไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นเป็นสิ่งที่ยากต่อการไปถึง จะมีสิ่งที่คอยกีดคอยขวางคอยกันกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะต้องมีบุญมากมากพอที่จะเอาชนะอุปสรรคที่กีดขวางกันอันนั้นได้ถึงจะไปถึงตรงนั้นได้

ด้วยเหตุนี้ วิชชาการบูชาข้าวพระที่เข้าถึงตัวจริงของพระพุทธเจ้าจึงได้บังเกิดขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีที่แล้วและได้ประกอบพิธีกรรมกันอยู่เงียบๆ แค่ 2 คนคือคุณยายทองสุกกับคุณยายจันทร์ของเรานี้เรื่อยมาจนกระทั่งมีผู้มีบุญในเส้นทางธรรมสายเดียวกันที่มุ่งไปถึงที่สุดแห่งธรรม ก็มาทีละคน สองคน เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ หลายสิบปีมาแล้ว

เพราะฉะนั้นบุญที่จะบังเกิดขึ้นนี้จึงยากที่จะคำนวณว่าได้ปริมาณเท่านั้นเท่านี้ นอกจากจะใช้คำว่าเป็นอสงไขยอัปมานัง คือได้กันอย่างนับกันไม่ถ้วน ถ้าเป็นความสว่าง ถ้าพูดกันด้วยภาพก็คือกระแสธารแห่งบุญจากพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน นับพระองค์ไม่ถ้วน ท่านก็มาจรดจากกลางกายท่านถึงกายของตัวเรา ดวงสว่างมาจรดกันทีเดียวที่กลางกายเหมือนน้ำหลายๆ สายไหลลงมาในภาชนะเดียวกัน จากห้วย จากหนอง จากคลอง จากบึง ไหลรวมกันมาที่ทะเลมหาสมุทร

ตัวของเราก็จะเป็นประดุจท้องทะเลมหาสมุทรเป็นที่รองรับบุญหรือรองรับน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ ไหลรวมกันมาอยู่ในที่เดียวกัน บุญจากพระนิพพานคือพระธรรมกายของพระพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วนนั้น จากกลางกายของท่านถึงตัวเรา รวมหมดทีเดียวเพื่อให้ตัวของเรามีอานุภาพ อานุภาพที่จะเข้าถึงวิชชาธรรมกาย แทงตลอดในวิชชาธรรมกาย มีรูปสมบัติคือรูปกายที่ได้ลักษณะที่สวยงาม ลักษณะมหาบุรุษแข็งแรง อายุยืน
มีทรัพย์สมบัติมาก เอาไว้ใช้สร้างบารมีอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น มีคุณสมบัติคือความฉลาด ความรอบรู้ต่างๆ สติปัญญา ไหวพริบปฏิภาณความเฉลียวฉลาด เพียบพร้อมที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้

เพราะฉะนั้นหลวงพ่อมักจะย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าเดือนหนึ่งเรามีแค่เพียงครั้งเดียว อย่าขาดไม่ว่าเราจะเจ็บจะป่วยจะไข้อะไรก็แล้วแต่ อย่าขาด สมัยหลวงพ่อเริ่มสร้างบารมีใหม่ๆ นั้น เมื่อได้ทราบอานิสงส์จากที่คุณยายอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังนี้ หลวงพ่อมี ความกระตือรือร้น มีความปลื้มปิติ นึกอยู่ในใจว่าเรานี้มีบุญมาก เป็นบุญลาภของเราที่เรามาได้ยินได้ฟังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่มีใครเล่าให้ฟังมาก่อน เราได้มารู้ ได้มาเข้าถึง ได้มาเห็น ได้มาเข้าใจ ได้มีโอกาสมาสร้างบุญบูชาข้าวพระ ดีใจมาก จะนั่ง จะนอน ยืน เดินที่ไหนก็ตัวเบาๆ ลอยๆ มีความปลื้มในบุญลาภของตัวเอง ว่ามีโชค ได้มาเจอสิ่งนี้ และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ขาดในการบูชาข้าวพระเลย ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ ตั้งแต่อายุ 19 เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ เพราะมองเห็นว่าบุญนี้เป็นบุญใหญ่

เพราะฉะนั้น เราจะสังเกตได้ว่าแม้คุณยายจันทร์ คุณยายอาจารย์ของเรานั้น ท่านไม่เคยขาดเลยในการที่จะบูชาข้าวพระกันทุกเดือน สังเกตดูสิ
แม้คุณยายทองสุกผู้ค้นพบวิชชาคู่กับคุณยายอาจารย์นั้น ก่อนจะละโลกท่านก็ได้สั่งข้อความนี้เอาไว้กับคุณยายจันทร์ว่า อย่าลืมเวลาบูชาข้าวพระให้นำท่านมาบูชาข้าวพระด้วย ให้เอาบุญทิพย์ เอาบุญที่เกิดจากอาหารทิพย์เนี่ย บูชาข้าวพระเป็นอาหารทิพย์เนี่ยไปให้ท่าน เพราะว่าเป็นกายละเอียด มันทำไม่แรงเท่ากับที่ยังมีกายมนุษย์อยู่ ยังมีกายหยาบอยู่ ท่านจึงต้องสั่งความเอาไว้อย่างนั้นด้วย ก็แสดงว่าใจท่านนั้นผูกพันกับการบูชาข้าวพระอันนี้มาก

ดังนั้น ลูกๆ ทุกคนที่มาในวันนี้ทั้งภายในและต่างประเทศ ให้ได้รับทราบเอาไว้ว่าลูกทุกคนมีบุญมาก มีบุญลาภ มีโชคที่ได้ยินได้ฟัง ได้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปอย่าได้ขาดกันเลยเพราะเรามีเวลาน้อยในโลกที่เราจะสั่งสมบุญเป็นเสบียงเครื่องสนับสนุนติดตัวไปในภพเบื้องหน้าจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นอย่าขาดถ้าไม่จำเป็นแต่ถ้าหากว่ามันติดภารกิจจริงๆ แล้วล๊ะก็ อย่างน้อยก็ต้องฝากหมู่ญาติ ฝากกัลยาณมิตรที่เค้าจะต้องมาบูชาข้าวพระเป็นสิ่งที่แทนตัวเรามา ในสมัยโน้นมีการบูชาข้าวพระกัน บางท่านก็ติดธุระอย่างเพื่อนหลวงพ่อเนี่ยะติดสอบ เค้าอยากได้บุญแต่เค้ามาไม่ได้ อยู่กันคนละคณะ เค้าก็ยังฝากปัจจัยมาร่วมบุญบูชาข้าวพระกัน ต่อมาเค้าก็มาถามคุณยายว่าแล้วผมจะได้บุญแค่ไหน ตัวผมไม่ได้มา แต่ฝากปัจจัยเครื่องไทยธรรมมา คุณยายท่านก็เข้าที่ค้นวิชชาไปดู ท่านบอกมันก็ไม่ได้เท่ากับที่ตัวเรามาอย่างน้อยก็ได้ครึ่งหนึ่ง แต่ดีที่สุดคือตัวเราควรจะมาด้วยนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างบารมีบูชาข้าวพระกันมาเลยทีเดียว
คำสอนพ่อ

(Phra Sombat Summapalo)

Saturday, November 24, 2012

Hereafter: คุณลุงฉลอม มีแก้วน้อย ละโลกแล้วไปไหน ตอนที่ 1

'Hereafter' explores question of life after death

ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2555
ปรโลกนิวส์ ของ คุณลุงฉลอม มีแก้วน้อย ตอนที่ 1

คุณลุงฉลอม มีแก้วน้อย ละโลกแล้วไปไหน ตอนที่ 1


ฝันในฝัน

หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที

แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา

คำถามข้อที่ 1 ลุงฉลอมละโลกแล้วไปไหนเจ้าคะ


คำตอบ...หลังจากที่ลุงฉลอมได้เสียชีวิตไปแล้ว กายละเอียดของท่านก็ได้หลุดออกมายืนอยู่ข้างๆ กายหยาบ หรือร่างของท่านซึ่งนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยความรู้สึกที่มึนๆ งงๆ และยังไม่รู้สึกตัวว่า “ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว”


แต่พอเวลาผ่านไปได้สักครู่หนึ่ง ด้วยผลแห่งบุญที่ลุงฉลอมได้ตั้งใจทุ่มเทสั่งสมมาตลอดชีวิต โดยเฉพาะบุญที่ตัวท่านได้มีโอกาสอุปัฏฐากรับใช้พระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ในสมัยที่ตัวท่านยังเป็นเด็ก, บุญที่ตัวท่านได้ถวายที่ดินสร้างอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี หรือโลตัสแลนแดนเกิดด้วยรูปกายเนื้อของพระเดชพระคุณหลวงปู่ เป็นคนแรก และบุญที่ตัวท่านได้เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวยุคต้นวิชชาของพระเดชพระคุณหลวง ปู่พระผู้ปราบมาร ให้แก่มหาชนผู้มีบุญได้รับรู้และรับฟัง รวมไปถึงผลแห่งบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้ทุ่มเทสั่งสมร่วมกับหมู่คณะ เป็นต้น ก็ได้มาประมวลรวมกันที่ศูนย์กลางกายของกายละเอียดของท่าน จนเป็นผลทำให้กายละเอียดของท่านมีความผ่องใส สว่างไสว แล้วก็เริ่มมีสติรู้ตัวมากขึ้น



ทันทีที่กายละเอียดของลุงฉลอมมีสติรู้ตัวมากขึ้น กายละเอียดของท่านก็เริ่มรู้สึกแปลกใจที่ความรู้สึกเจ็บป่วยต่างๆ ที่เคยมีอยู่ มันได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง และเมื่อกายละเอียดของลุงฉลอมมีความรู้สึกเช่นนี้ กายละเอียดของท่านจึงเริ่มหันมาสนใจสิ่งรอบข้างที่อยู่รอบๆ ตัวท่านมากขึ้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กายละเอียดของลุงฉลอมก็ได้มองเห็นกายหยาบหรือร่างของตัวท่าน กำลังนอนทอดร่างอย่างสงบนิ่ง ทันทีที่กายละเอียดของลุงฉลอมได้เห็นเช่นนั้น กายละเอียดของท่านจึงรู้สึกตัวได้ในทันทีว่า “ในตอนนี้ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว"


ภายหลังจากที่กายละเอียดของลุงฉลอมทราบว่า ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว กายละเอียดของท่านจึงเริ่มทำตามหลักวิชชาที่ได้ศึกษาเรียนรู้มาอย่างดี จากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ด้วยการตรึกระลึกนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร และพระเถระ รวมไปถึงบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้ตั้งใจทุ่มเทสั่งสมเอาไว้ ด้วยความรู้สึกที่ปลื้มปีติใจมาตลอดชีวิต ซึ่งก็คือบุญที่ท่านได้มีโอกาสอุปัฏฐากรับใช้พระเดชพระคุณหลวงปู่ในสมัยที่ ตัวท่านยังเป็นเด็ก, บุญที่ท่านได้ถวายที่ดินสร้างอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี หรือโลตัสแลน แดนเกิดด้วยรูปกายเนื้อของพระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นคนแรก และบุญที่ท่านได้เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวยุคต้นวิชชาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ให้แก่มหาชนผู้มีบุญได้รับรู้และรับฟัง รวมไปถึงผลแห่งบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้ทุ่มเทสั่งสมร่วมกับหมู่คณะ เป็นต้น


เมื่อกายละเอียดของลุงฉลอมตรึกระลึกนึกถึงมหาปูชนียาจารย์และบุญทุกๆ บุญได้เช่นนี้ บุญต่างๆ ที่ตัวท่านได้เคยตั้งใจทุ่มเทสั่งสมเอาไว้ ก็ยิ่งได้ช่องไหลมาจรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของท่านอย่างต่อเนื่อง จนเป็นผลทำให้ทั้งกายและใจของท่านมีความผ่องใสและสว่างไสวอย่างที่สุด เมื่อใจของท่านอัดแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยกระแสธารบุญอย่างสุดๆ แล้ว ทันใดนั้นเองสิ่งอัศจรรย์ก็พลันได้บังเกิดขึ้นกับตัวท่าน ซึ่งสิ่งอัศจรรย์ที่ว่านั้นก็คือกายละเอียดของท่านได้เกิดความสว่างเป็น อย่างมาก พร้อมกับแปรเปลี่ยนไปเป็น “กายของเทพบุตรสุดหล่อ” ในทันที


เมื่อกายละเอียดของลุงฉลอมได้แปรเปลี่ยนเป็นกายเทพบุตรสุดหล่อแล้ว ตัวท่านก็ได้เห็นขบวนของเหล่าบริวารและเทวรถที่สวยสดงดงาม มาจอดรอต้อนรับตัวท่านแบบถึงที่ และเมื่อท่านเทพบุตรใหม่ได้เห็นเช่นนั้น ตัวท่านก็เกิดความรู้สึกปลื้มปีติเบิกบานใจอย่างที่สุด นอกจากท่านเทพบุตรใหม่จะรู้สึกปลื้มปีติเบิกบานใจ กับเทวรถและขบวนของเหล่าบริวารอันเป็นทิพย์แล้ว ตัวท่านยังเกิดความรู้สึกอยากที่จะไปวัดพระธรรมกาย เพื่อตรึกระลึกนึกถึงบุญและทบทวนบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้ตั้งใจสั่งสมเอาไว้ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่สำคัญที่สุดตัวท่านปรารถนาอยากที่จะมากราบลาพระเถระ ที่ตัวท่านเคารพรัก ก่อนที่ตัวท่านจะเดินทางกลับไปสู่เทวโลกอีกด้วย


เมื่อท่านเทพบุตรใหม่เกิดความรู้สึกเช่นนั้นแล้ว ตัวท่านจึงได้เดินแบบลอยๆ ขึ้นไปสู่เทวรถที่มารอรับตัวท่าน ด้วยหัวใจที่พองโตและเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติเบิกบานในบุญอย่างที่สุด หลังจากที่ท่านเทพบุตรใหม่ได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนรัตนบัลลังก์หลักกลางเทวรถ แล้ว ตัวท่านก็ไม่รอช้า ได้เคลื่อนเทวรถของท่านมุ่งตรงมาที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นบุญสถานที่ตัวท่านได้เคยทุ่มเทสั่งสมบุญเอาไว้ในสมัยที่มีชีวิตอยู่ ในทันที


เมื่อท่านเทพบุตรใหม่ ได้เคลื่อนเทวรถมาถึงวัดพระธรรมกายแล้ว ตัวท่านก็ได้ลงจากเทวรถ แล้วก็เดินแบบลอยๆ ไปทั่วทั้งบุญสถาน เพื่อชื่นชมและดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในบุญสถานแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะที่มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี พระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมารนั้น ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้มาเดินเวียนประทักษิณแบบลอยๆ รอบมหาวิหาร ด้วยความรู้สึกที่เคารพรักเทิดทูนบูชาพระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านเทพบุตรใหม่ เดินเวียนประทักษิณรอบมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวท่านก็ได้มาเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อสักการะบูชาพระรัตนตรัยและนึกทบทวนบุญทุกๆ บุญ ที่ตัวท่านได้ตั้งใจทุ่มเทสั่งสมเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยหัวใจที่พองโตอย่าง ที่สุด


หลังจากที่ท่านเทพบุตรใหม่ ได้เวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้ลอยตัวขึ้นสู่เทวรถ ซึ่งจอดรออยู่ที่บริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อไปนั่งสมาธิ(Meditation)นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร และนึกทบทวนบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้ทุ่มเทสั่งสมมาตลอดชีวิต เมื่อท่านเทพบุตรใหม่ได้นึกทบทวนบุญมากเข้า มากเข้า ความสุขและความปลื้มปีติในบุญ มันก็ได้เอ่อล้นและพรั่งพรูอยู่ภายในใจของท่านเทพบุตรใหม่อย่างไม่มีประมาณ


และในเสี้ยววินาทีแห่งความปลื้มปีตินี้เอง พระธรรมกายก็ได้เมตตามาปรากฏอยู่ต่อหน้าของท่านเทพบุตรใหม่ ทันทีที่ท่านเทพบุตรใหม่ได้เห็นพระธรรมกาย ท่านเทพบุตรใหม่ก็เกิดความรู้สึกอัศจรรย์ใจและปลื้มปีติใจอย่างที่สุด จากนั้นท่านเทพบุตรใหม่ก็ไม่รอช้าได้รีบลงจากรัตนบัลลังก์หลักกลางเทวรถ แล้วก็มานั่งคุกเข่าพนมมือ พร้อมกับก้มลงกราบพระธรรมกายด้วยความเคารพนอบน้อมในทันที


จากนั้น พระธรรมกายก็ได้เมตตาประทานโอวาทให้แก่ท่านเทพบุตรใหม่ ในทำนองที่ว่า “ขอให้ท่านเทพบุตรใหม่ตั้งใจนั่งสมาธิให้เห็นองค์พระที่ชัด ใส สว่างเสียก่อน เมื่อท่านเทพบุตรใหม่นั่งสมาธิได้ดีแล้ว จึงค่อยเดินทางกลับไปสู่เทวโลก” เมื่อท่านเทพบุตรใหม่ได้รับฟังโอวาทจากพระธรรมกายแล้ว ท่านเทพบุตรใหม่ก็รับปากกับพระธรรมกายว่า “ตัวท่านจะปฏิบัติตามโอวาทที่พระธรรมกายได้เมตตาประทานเอาไว้ทุกประการ” และก่อนที่พระธรรมกายจะจากไป ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้ก้มลงกราบพระธรรมกายด้วยหัวใจที่พองโตอีกครั้งหนึ่ง


หลังจากที่พระธรรมกายได้จากท่านเทพบุตรใหม่ไปแล้ว ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้ตั้งใจนั่งสมาธิอยู่บนเทวรถ ซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ ตามที่ตัวท่านได้รับปากกับพระธรรมกายเอาไว้ ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้น ท่านเทพบุตรใหม่ก็สามารถที่จะนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมารได้ง่ายมาก ดังนั้นใจของท่านจึงกลับมารวมหยุดนิ่งและเกาะเกี่ยวอยู่กับพระเดชพระคุณหลวง ปู่ พระผู้ปราบมาร ที่อยู่ในกลางกายของท่านได้ตลอดเวลา และเมื่อถึงช่วงค่ำของวันแรกที่ลุงฉลอมได้เสียชีวิตลง ซึ่งตรงกับศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้มากราบพระเถระที่โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา จากนั้นท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้แว้บกลับไปนั่งสมาธิต่อที่บริเวณด้านหน้ามหา ธรรมกายเจดีย์ ตามที่ตัวท่านได้รับปากกับพระธรรมกายเอาไว้


ซึ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านเทพบุตรใหม่หรือลุงฉลอม ก็จะทำกิจวัตรกิจกรรมหลักๆ อยู่แค่เพียง 3 อย่างเท่านั้น นั่นก็คือการนั่งธรรมะให้เห็นองค์พระที่ชัดใสสว่าง จากนั้นก็ไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมร่างหรือกายหยาบของท่าน และสุดท้ายก็คือการมากราบพระเถระนั่นเอง


ส่วนว่า คำถามข้อต่อไปจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น เราก็คงจะต้องมาติดตามกันต่อในตอนต่อไป


dmc.tv

เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา

Hard to be born as a human being

Hard to be born as a human being

The Buddha said it is the most difficult thing to be or to do. You all are born as human beings, having found dhamma, and having someone to teach you dhamma and guide you to the path of nibbana.

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก


สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มีอุบาสก 5 คนเป็นเพื่อนกัน มานั่งฟังธรรม ทั้ง 5 คนต่างมีกิริยาอาการต่าง ๆ กัน


คนหนึ่งนั่งหลับ


คนหนึ่งนั่งเอานิ้วเขียนพื้นดินเล่น
คนหนึ่งนั่งเขย่า ต้นไม้
คนหนึ่งนั่งแหงนดูท้องฟ้า
มีเพียงคนเดียวที่นังฟังธรรมด้วย อาการสงบ

พระอานนท์กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "ทำไมอุบาสกเหล่านี้จึงแสดงกิริยาเช่นนั้น" พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าอดีตชาติของอุบาสกแต่ละคนว่า


อุบาสกที่นั่งหลับ เคยเกิดเป็นงูมาแล้วหลายร้อยชาติ เขาหลับมาหลายร้อยชาติแล้วก็ยังไม่อิ่ม แม้แต่ฟังเทศน์พระพุทธเจ้า ธรรมะก็ไม่เข้าหู ยังหลับอยู่อย่างนั้น


อุบาสกที่นั่งเอานิ้วเขียน พื้นดิน เคยเกิดเป็นไส้เดือนมาหลายร้อยชาติ นั่งเอานิ้วเขียนบนพื้นดินเล่นอยู่อย่างนั้น ด้วยอำนาจความประพฤติที่ตัวเคยทำมา ก็ไม่ได้ยินธรรมะของพระพุทธเจ้าเช่นกัน


อุบาสกที่นั่งเขย่าต้นไม้อยู่นั้น เกิดเป็นลิงมาแล้วหลายร้อยชาติ ถึงบัดนี้ก็ยังเขย่าต้นไม้อยู่ ไม่ได้ยินธรรมะของพระพุทธเจ้าเช่นกัน


อุบาสกที่นังแหงนดูท้องฟ้านั้น เคยเกิดเป็นพราหมณ์บอกฤกษ์ด้วยการดูดาวมาหลายร้อยชาติ ถึงบัดนี้ก็ยังคงนั่งดูท้องฟ้าอยู่ ไม่ได้ยินธรรมะของพระพุทธเจ้า


อุบาสกที่นั่งฟังธรรมอย่างสงบด้วยความเคารพ เคยเกิดเป็นพราหมณ์ศึกษาธรรมะและปรัชญา ค้นคว้าหาความจริงมาหลายร้อยชาติ มาบัดนี้ได้พบพระพุทธเจ้า ตั้งใจฟังธรรมด้วยดี จนได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน


อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะนึกสงสัยว่า ชาติก่อนเราเกิดเป็นอะไรหนอ


พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยาก ต้องมีบุญมาก อุปมาเหมือนเต่าตาบอดตัวหนึ่งดำน้ำอยู่ในทะเล ทุกๆ 100 ปี เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่หัวขึ้นมาจากทะเลครั้งหนึ่ง ในทะเลมีห่วงเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าหัวเต่าหน่อยหนึ่งลอยอยู่ 1 ห่วง โอกาสที่เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมา แล้วหัวสวมเข้ากับห่วงพอดียากเพียงใด โอกาสนั้นก็ยังมีมากกว่า การที่เหล่าสรรพสัตว์จะได้มาเกิดเป็นมนุษย์


ในฐานะมนุษย์ไม่มากก็น้อยที่ใจของเราได้มีประสบการณ์ในภพชาติอื่น ๆ ทั้งที่ต่ำกว่าและสูงกว่าภพมนุษย์ เรามีปัญญาที่จะรู้ได้จากประสบการณ์ของเราแล้วว่าอะไรดี อะไรไม่ดี


การเกิดเป็นมนุษย์ถ้าดีก็ดีได้มากๆ แต่ก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะถ้าประมาทก็ทำชั่วได้มาก ถ้าไม่ประมาท รักษาศีล 5 ทำความดี สร้างบารมี ตั้งใจพัฒนาชีวิตจิตใจแล้วก็สามารถมีประสบการณ์สูงขึ้น เป็นเทวดา พรหม ตลอดจนเข้าถึงอริยมรรค อริยผล บรรลุนิพพานได้ มนุษย์จึงเป็นชาติที่มีทางเลือก


พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

เป็นการยากที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
เป็นการยากที่ชีวิตสัตว์จะได้ อยู่สบาย
เป็นการยากที่จะได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ
เป็นการยากที่พระ พุทธเจ้าจะอุบัติมา

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วเราจึงควรเห็นคุณค่าของการเกิดเป็นมนุษย์ อย่าให้เสียโอกาส เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เอาใจใส่รักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้มั่นคง


ดังนั้นสำหรับการเกิดเป็นมนุษย์ในชาติหนึ่ง การเลือกทางดำเนินชีวิตของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด


การอุบัติของพระพุทธเจ้ามีได้ยาก

การได้เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นของยาก
การได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วพบพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งกว่า


(DhammaWorld)


Buddha’s teachings


Being born once as human being and have a chance like this is very rare. There are millions of people in this world. But there is rare chance to be able to listen to dhamma and practice dhamma like this. The Buddha said it is the most difficult thing to be or to do. You all are born as human beings, having found dhamma, and having someone to teach you dhamma and guide you to the path of nibbana. It is the most difficult. Once the disciple asked the Buddha how difficult it was. He replied that it was incomparable. But he could give one example. In assumption, this whole land became gigantic ocean and at the bottom of the great ocean, there lived a blind turtle. Every one hundred year, it would rise to the surface and take a breath. Then people with a yoke whose size fitted perfectly with this turtle’s neck would try to throw this yoke into the ocean in hope that this yoke hung around the turtle’s neck perfectly when it resurfaced. It is when that yoke hangs around this turtle’s neck, then that is the chance to be born as human beings, finding and listening to dhamma like this. The Buddha then asked how difficult it was to have that yoke hung around this blind turtle’s neck. The disciples all replied that it was extremely difficult. Therefore, being born as human beings and let this opportunity pass is just useless. The second chance to return back again is even harder. You all, born as human beings, have a chance to listen to dhamma like this is the noblest. The merit (boon) you have made from listening to dhamma here today will be carried on within yourselves, in your minds for always. If you cannot achieve nibbana in this life, this merit will be one of the ten merits that will bring you back to human life again and have a chance to listen to dhamma again. So you all are very fortunate to have a chance to practice dhamma. Other merits the Buddha mentioned are Dana (giving), Sila (precepts), and Bhavana (meditation)


(easydhamma)

Suffering & Attachment

We can eliminate all suffering, by letting go of the attachments

จง "ปล่อยวาง"     ให้ลง
จง   "ปลง"     ให้เป็น
ความทุกข์ ที่เคยผ่าน   "ยากเย็น"
ก็จะกลายเป็นเรื่อง   "ง่ายดาย"

 
(Nui Noi & ธมลฐ์วนันท์ มุขมนตรี)

Saturday, November 17, 2012

“At Last You Win : ในที่สุดคุณก็ชนะ” Luang Phaw Dhammajayo

“At Last You Win : ในที่สุดคุณก็ชนะ”

คนส่วนมากมักกลัวอุปสรรค แต่น้อยคนนักที่อุปสรรคยังต้องกลัว…
ชีวิตคนเรานั้นเต็มไปด้วยการแข่งขัน
เป็นการแข่งขันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ
ที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่
หรือเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ ใกล้ตัว
เรียกได้ว่าเราต้องแข่งขันกับทั้งตนเอง
และผู้อื่นเกือบตลอดเวลาทั้งชีวิต

เส้นทางชีวิต จึงมีเส้นชัยรอให้เราก้าวผ่านอยู่เสมอๆ
และเส้นทางเดียวกันนี้เอง ที่มักจะลุ่มๆดอนๆ
มีสิ่งกีดขวางใหญ่บ้าง เล็กบ้าง คอยบั่นทอนแรงกายและแรงใจ
ไม่ให้เราไปถึงเส้นชัยโดยง่าย

การฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยทั้งกำลังกายและกำลังใจ
ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวเราทุกคน

ตะวันธรรม


When the energy is used up, our gains will
vanish. This is also true for honour, fame and
happiness.
So why waste our time trying to correct the
others? Instead we should focus on improving
ourselves first. Once we can fix our own flaws
our lives will become much happier.


(Luang Phaw Dhammajayo)