A Peaceful Mind

A Peaceful Mind
A Peaceful Mind

Wednesday, July 10, 2013

Life on Purpose: เ กิ ด เ ป็ น ม นุ ษ ย์ ไ ด้ ย า ก (อนุบาลฝันในฝันฯ)


Life on Purpose

"เกิดมาแล้วต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี
อย่าเอาสังขารไปถล่มทลายหรือเอาไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ "

เ กิ ด เ ป็ น ม นุ ษ ย์ ไ ด้ ย า ก

เราจะวัดกันด้วยสายตาว่าเห็นมนุษย์เกิดในโรงพยาบาลหรือที่ต่าง ๆ เยอะแยะ เห็นเขาเกิดง่าย จนกระทั่งปริมาณของมนุษย์ มีเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ มองแค่นั้นไม่ได้

แต่ละชีวิตกว่าจะมาเกิดตรงนั้นรวมทั้งตัวเราด้วยยาก นั่นเรามาดูตอนที่บรรลุผลเป็นมนุษย์แล้ว แต่กว่าจะมาเป็นไม่ใช่แค่ว่าพ่อกับแม่ประกอบธาตุธรรมส่วนหยาบ ถูกส่วนแล้วเกิดขึ้น จะต้องมีกายละเอียดของผู้ที่จะมาเกิดด้วย

กายละเอียดกว่าจะมาเกิดได้ ยากมาก ๆ ไม่ว่ามาจากภูมิของสุคติก็ดี หรือภูมิของทุคติก็ดี กว่าจะมาเกิดได้ ในอบายต้องผ่านขั้นตอนเยอะแยะ เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน แล้วจึงมาเป็นมนุษย์ แต่ละภูมิ นานมาก ๆ ๖,๐๐๐ ล้าน ๆ ปี หรือเป็นกัป เป็นมหากัป ในอบายจะนานกว่าในสุคติภพ

เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้วต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี อย่าเอาสังขารไปถล่มทลายหรือเอาไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมไป เรื่อย ๆ


อนุบาลฝันในฝันฯ (รอบทบทวนเอง)
Shared: Coke Alongkorn

A Daily Meditation Practice: พระเทพญาณมหามุนี

Keeping up a Daily Meditation Practice

ข้ออ้างและเงื่อนไขที่จะทำให้เราเป็น "ผู้ที่มีบุญน้อย"

จงอย่ามีข้ออ้าง ข้อแม้ และเงื่อนไข

ถ้าหากเรารักบุญจริงๆ
ก็ไม่ควรมีข้อแม้ ข้ออ้าง 

และเงื่อนไขในการปฏิบัติธรรม

ไม่มีข้อแม้ว่ายังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่
หรือยังไม่มีเวลาจะมาปฏิบัติธรรม
ไม่มีเวลาที่จะเอามาหยุดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

หรือเวลานี้เราเจ็บไข้ได้ป่วย


ไม่มีเวลา…ที่จะเอาใจมาหยุดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย
หรือว่าเรากำลังทำภารกิจอยู่ ไม่มีเวลาจะหยุดนิ่ง

อ้างกันอยู่อย่างนี้ สิ่งเหล่านี้แหละ
เป็นข้ออ้างและเงื่อนไขที่จะทำให้เราเป็น "ผู้ที่มีบุญน้อย"

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย )

Wednesday, May 22, 2013

The Noble Eightfold Path: อริยมรรคมีองค์ ๘

พระพุทธองค์ ทรงยืนยันว่า

"บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม
ทางมีองค์แปดเป็นทางอันเกษม"


การปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘
เป็นวิธีเดียวที่สามารถกำจัดกิเลสและทุกข์ทั้งปวงได้สำเร็จ
เป็นวิธีเดียวที่มวลมนุษยชาติจะใช้แหกคุกแห่งวัฏสงสารได้สำเร็จ

ใครก็ตามที่ได้รู้ความจริงของชีวิตข้อนี้ ถือว่ามีโชคมหาศาล
เพราะได้รู้ความจริงอันประเสริฐว่า จะต้องฝึกอบรมตนอย่างไร
จึงจะกำจัดกิเลสเด็ดขาด

"สิ้นกิเลสเมื่อใด สิ้นทุกข์เมื่อนั้น"

หลุดพ้นจากวัฏสงสารได้อย่างถาวร
เหมือนกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



"มรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐ นี้แล
ที่พระมสัมมามสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไปแล้ว
เราก็ได้เดินตามหนทางอันประเสริฐ
ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ อันเป็นทางเก่านั้น
เมื่อกำลังเดินตามทางนั้นไป
ได้รู้ชัด ซึ่งชราและมรณะ
เหตุเกิดขึ้นแห่งชราและมรณะ ความดับแห่งชราและมรณะ
และได้รู้ชัดซึ่งปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับชราและมรณะ..."


องค์ประกอบของอริยมรรคมีองค์ ๘ ประกอบด้วย
๑. สัมมาทิฐิ ความเห็นถูก
๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริถูก
๓. สัมมาวาจา การพูดถูก
๔. สัมมากัมมันตะ การกระทำถูก
๕. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพถูก
๖. สัมมาวายามะ ความพยายามถูก
๗. สัมมาสติ ความระลึกถูก
๘. สัมมาสมาธิ ความตั้งมั่นถูก


โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป
(นักโทษแห่งวัฏสงสาร โดย พระภาวนาวิริยคุณ)


Monday, May 20, 2013

ความจริงของชีวิตมนุษย์: นักโทษแห่งวัฏสงสาร Discovering the Truth of Life


Discovering the Truth of Life
ความจริงของชีวิตมนุษย์

ลูกไก่ลูกหมู ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีสภาพเป็นนักโทษ
อยู่ตามบ้านเรือนต่างๆ ฉันใด
 


มนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้ ก็ไม่เคยรู้สึกว่าตนเอง
มีสภาพเป็น "นักโทษอยู่ในคุกมหึมา"
มาตั้งแต่วันแรกเกิดจนถึงวันตาย ฉันนั้น

 
เราทำอะไรผิด จึงต้องมาติดคุกอยู่ในโลกใบนี้?


เราต่างเป็นนักโทษประหารที่ไม่เคยทราบเลยว่า
ตนเองเคยทำความผิดอะไรไว้บ้าง จึงต้องมาติดคุกใบนี้
เราจะต้องติดคุกอยูในโลกนี้ต่อไปอีกนานเท่าไร?

ไม่ทราบ และไม่มีทางทราบเลยว่า
จะต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในคุกนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน

 
ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า เวลาอยากจะทำความดีอะไรขึ้นมา
ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นความดีแน่ๆ แต่กลับไม่สามารถทำได้ อย่างอิสระเสรีมักจะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางอยู่เรื่อยไป 

ยิ่งกว่านั้น ทั้งๆที่เราตั้งใจทำความดี แต่ผลของความดีกลับยังไม่ปรากฏ หรือปรากฏให้เห็นแบบกะพร่องกะแพร่ง มิหนำซ้ำวันร้ายคืนร้ายกลับมีโทษหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วย
 
โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป
(นักโทษแห่งวัฏสงสาร โดย พระภาวนาวิริยคุณ)

Truth of Life: นักโทษแห่งวัฏสงสาร



อุปสรรคบนเส้นทางนักสร้างบารมี

"ตักบาตรพระมาแล้ว เป็นพันเป็นหมื่นรูป
ทำบุญไม่เคยขาดสายแม้แต้วันเดียว
ทำไม? บ้านยังถูกน้ำท่วม
ทำไม? ยังประสบภัยพิบัติต่างๆได้
"บุญ" ไม่ช่วยบ้างเลยหรือ "



มีความจริงตามธรรมชาติ ชนิดข้ามภพข้ามชาติ
อยู่สองเรื่องใหญ่




๑. ธรรมชาติแท้จริงของชีวิตมนุษย์
๒. ธรรมชาติแท้จริงของโลกและจักรวาล



ธรรมชาติแท้จริงของชีวิตมนุษย์
แท้จริงแล้วมนุษย์ทุกคนคือ "นักโทษประหาร"
ที่ถูกคุมขังอยู่ในโลกนี้ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งวันตาย

 
ธรรมชาติแท้จริงของโลกและจักรวาล
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า
แท้จริงแล้วโลกและจักรวาล ก็คือ
"คุกขังสรรพสัตว์ที่ใหญ่โตมหาศาลสุดประมาณ"
จนกระทั่งนักโทษ ไม่เฉลียวใจว่าตนกำลังติดคุกอยู่

 
โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป
(นักโทษแห่งวัฏสงสาร โดย พระภาวนาวิริยคุณ)
Delusion: Ignorance

ทำผิดทั้งๆที่รู้
ทำไม คนเราชอบทำผิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด ?
อะไรๆ ก็รู้หมดแต่อดไม่ได้
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

การทำผิดทั้งๆที่รู้ ก็ยังดีกว่า ทำผิดโดยไม่รู้


คนโง่ที่สุด คือ ไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้

ก็เลยดันทุรัง เรียกว่า หลงผิด หลงติด หลงตนเอง

การทำผิดทั้งๆ ที่รู้ เมื่อทำแล้วก็เสียใจ เจ็บใจตนเอง

นั้นเป็นเพราะว่า มี อินทรีย์ อ่อน

อินทรีย์ ๕ มี :- ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และ ปัญญา
อินทรีย์ หมายถึง ตัวตนของเรา ที่จะเป็นที่พึ่งของตน

 
พระเตมีย์ ท่านมี อินทรีย์ แก่ ระลึกชาติได้ ว่าเคยตกนรกมา 

๘๔,๐๐๐ ปี จึงเกิด หิริโอตัปปะ อย่างท่วมท้น 
แกล้งทำเป็นใบ้ และง่อยเปลี้ย
เพราะไม่อยากเป็น พระราชา ที่จะต้องสั่งฆ่าคน


พวก อินทรีย์อ่อน นี้จะประมาท เป็นคน ไม่ จริงจัง/สัจจะ

ไม่ ปรารภความเพียร/ชาคริยานุโยค
ทั้งนี้เพราะไม่ปฏิบัติตาม วุฒิธรรม ๔
โดยเฉพาะข้อ ตรองคำครู/โยนิโสมนสิการะ
ถ้าไม่ผ่าน ก็ไม่ถึง ธัมมานุธัมมปฏิบัติ คือ ไม่ปรารภความเพียร

วิธี การตรองคำครู คือ สุ จิ ปุ ลิ

สุ = สุตะ/ตั้งใจฟังหรืออ่าน
จิ = จินตะ/ตั้งใจคิด
ปุ = ปุจฉา/ตั้งใจถาม หรือตั้งคำถามๆ ตนเอง
ลิ = ตั้งใจเขียน หรือจด
 


ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมาก
ทำให้เป็น พหูสูต รู้กว้าง รู้ไกล รู้ลึก
ทำให้เจาะลึกได้อย่างไม่จำกัด


ทำไม อินทรีย์จึงอ่อน?

ก็เพราะแม้พบ ครูดี แล้ว
แต่ขาด ความเคารพ ความกตัญญู และศรัทธา
จึงไม่อาจก้าวข้าม อบายมุข ได้

อบายมุข เป็นเครื่องเนิ่นช้า ดับ ปัญญา ไม่กลัวไม่อายบาป

ตัวอย่างที่ดี ก็คือ เทวทัต ขนาดเหาะได้ ก็ยังหลงได้


เจริญพร
Phranarong Sroytong